ข้ามไปยังเนื้อหา

circa 1010–970 BC

The Reign of David

David unites the tribes, conquers Jerusalem, and establishes Israel's golden age—even through deep personal failure.

1,230 ข้อ · 2 เล่มที่ครอบคลุม

ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้

กรองตามหนังสือ
  1. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๐ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    โยอาบก็ตอบเขาว่า "ท่านอย่านำข่าวไปในวันนี้เลย ท่านจงนำข่าวในวันอื่นเถิด แต่วันนี้ท่านอย่านำข่าวเลย เพราะว่าโอรสของกษัตริย์สิ้นชีพแล้ว"

  2. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๑ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    โยอาบก็สั่งคูชีว่า "จงนำข่าวไปกราบทูลกษัตริย์ตามสิ่งที่ท่านได้เห็น" คูชีก็กราบลงคำนับโยอาบแล้วก็วิ่งไป

  3. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๒ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    อาหิมาอัสบุตรชายศาโดกจึงเรียนโยอาบอีกว่า "จะอย่างไรก็ช่างเถิด ขอให้ข้าพเจ้าวิ่งตามคูชีไปด้วย" โยอาบตอบว่า "ลูกเอ๋ย เจ้าจะวิ่งไปทำไม ด้วยว่าเจ้าไม่มีข่าวที่จะส่งไป"

  4. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๓ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    เขาตอบว่า "จะอย่างไรก็ช่างเถิด ข้าพเจ้าจะขอวิ่งไป" โยอาบจึงบอกเขาว่า "วิ่งไปเถอะ" และอาหิมาอัสก็วิ่งไปตามทางที่ราบ ขึ้นหน้าคูชีไป

  5. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๔ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ฝ่ายดาวิดประทับอยู่ระหว่างประตูเมืองทั้งสอง มีทหารยามขึ้นไปอยู่บนหลังคาซุ้มประตูที่กำแพงเมือง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นชายคนหนึ่งวิ่งมาลำพัง

  6. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๕ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ทหารยามคนนั้นก็ร้องกราบทูลกษัตริย์ กษัตริย์ตรัสว่า "ถ้าเขามาลำพังก็คงคาบข่าวมา" ชายคนนั้นก็วิ่งเข้ามาใกล้

  7. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๖ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ทหารยามเห็นชายอีกคนหนึ่งวิ่งมา ทหารยามก็ร้องบอกไปที่นายประตูเมืองว่า "ดูเถิด มีชายอีกคนหนึ่งวิ่งมาแต่ลำพัง" กษัตริย์ตรัสว่า "เขาคงนำข่าวมาด้วย"

  8. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๗ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ทหารยามนั้นกราบทูลว่า "ข้าพระองค์คิดว่าคนที่วิ่งมาก่อนวิ่งเหมือนอาหิมาอัสบุตรศาโดก" และกษัตริย์ตรัสว่า "เขาเป็นคนดี เขามาด้วยข่าวดี"

  9. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๘ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    แล้วอาหิมาอัสร้องทูลกษัตริย์ว่า "ทุกสิ่งสงบแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" เขาก็กราบกษัตริย์ซบหน้าลงถึงพื้นดินกราบทูลว่า "สาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพระองค์ พระองค์ได้ทรงมอบบรรดาผู้ที่ยกมือของเขาต่อสู้กับกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์แล้ว"

  10. 2 ซามูเอล ๑๘:๒๙ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ตรัสถามว่า "อับซาโลมชายหนุ่มนั้นเป็นสุขอยู่หรือ" อาหิมาอัสทูลตอบว่า "เมื่อโยอาบใช้ให้ผู้รับใช้ของกษัตริย์ คือผู้รับใช้ของพระองค์มานั้น ข้าพระองค์เห็นผู้คนสับสนกันใหญ่ แต่ไม่ทราบเหตุ"

  11. 2 ซามูเอล ๑๘:๓๐ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ตรัสว่า "จงหลีกมายืนตรงนี้" เขาจึงหลีกไปยืนนิ่งอยู่

  12. 2 ซามูเอล ๑๘:๓๑ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ดูเถิด คูชีก็มาถึง และคูชีกราบทูลว่า "มีข่าวดีถวายแด่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ เพราะในวันนี้พระเยโฮวาห์ทรงช่วยพระองค์ให้แก้แค้นบรรดาผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้พระองค์"

  13. 2 ซามูเอล ๑๘:๓๒ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ตรัสถามคูชีว่า "อับซาโลมชายหนุ่มนั้นเป็นสุขอยู่หรือ" คูชีทูลตอบว่า "ขอให้ศัตรูของกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์และบรรดาผู้ที่ลุกขึ้นกระทำอันตรายต่อพระองค์เป็นเหมือนชายหนุ่มผู้นั้นเถิด"

  14. 2 ซามูเอล ๑๘:๓๓ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ทรงโทมนัสนัก เสด็จขึ้นไปบนห้องที่อยู่เหนือประตู และกันแสง เมื่อเสด็จไปพระองค์ตรัสว่า "โอ อับซาโลมบุตรของเรา บุตรของเรา อับซาโลมบุตรของเราเอ๋ย เราอยากจะตายแทนเจ้า โอ อับซาโลมบุตรของเรา บุตรของเราเอ๋ย"

  15. 2 ซามูเอล ๑๙:๑ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    เขาไปเรียนโยอาบว่า "ดูเถิด กษัตริย์กันแสงและไว้ทุกข์เพื่ออับซาโลม"

  16. 2 ซามูเอล ๑๙:๒ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    เพราะฉะนั้นชัยชนะในวันนั้นก็กลายเป็นการไว้ทุกข์ของประชาชนทั้งหลาย เพราะในวันนั้นประชาชนได้ยินว่า กษัตริย์ทรงโทมนัสเพราะพระราชบุตรของพระองค์

  17. 2 ซามูเอล ๑๙:๓ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ในวันนั้นประชาชนได้แอบเข้ามาในเมืองอย่างกับคนหนีศึก แล้วอายแอบเข้ามา

  18. 2 ซามูเอล ๑๙:๔ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ทรงคลุมพระพักตร์ของพระองค์ และกษัตริย์กันแสงเสียงดังว่า "โอ อับซาโลมบุตรของเราเอ๋ย โอ อับซาโลมบุตรของเรา บุตรของเรา"

  19. 2 ซามูเอล ๑๙:๕ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    โยอาบก็เข้ามาในพระราชวังทูลกษัตริย์ว่า "วันนี้พระองค์ได้ทรงกระทำให้ข้าราชการทั้งสิ้นของพระองค์ ผู้ซึ่งวันนี้ได้อารักขาพระชนม์ของพระองค์ ทั้งชีวิตของราชบุตรและราชธิดา และชีวิตของบรรดามเหสี และชีวิตของสนมทั้งหลายของพระองค์ให้เขาได้รับความละอาย

  20. 2 ซามูเอล ๑๙:๖ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    เพราะว่าพระองค์ทรงรักศัตรูของพระองค์ และทรงเกลียดชังสหายของพระองค์ เพราะในวันนี้พระองค์ได้กระทำให้ประจักษ์แล้วว่า พระองค์ไม่ไยดีต่อนายทหารและบรรดาข้าราชการทั้งหลาย ในวันนี้ข้าพระองค์ทราบว่า ถ้าในวันนี้อับซาโลมยังมีชีวิตอยู่ และข้าพระองค์ทั้งหลายก็ตายสิ้น พระองค์ก็จะพอพระทัย

  21. 2 ซามูเอล ๑๙:๗ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ขอพระองค์ทรงลุกขึ้น ณ บัดนี้ขอเสด็จออกไปตรัสให้ถึงใจข้าราชการทั้งหลาย เพราะข้าพระองค์ได้ปฏิญาณในพระนามพระเยโฮวาห์ว่า ถ้าพระองค์ไม่เสด็จจะไม่มีชายสักคนหนึ่งอยู่กับพระองค์ในคืนนี้ เรื่องนี้จะร้ายแรงยิ่งกว่าเหตุร้ายอื่นๆทั้งสิ้นซึ่งบังเกิดแก่พระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนบัดนี้"

  22. 2 ซามูเอล ๑๙:๘ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ก็ทรงลุกขึ้นประทับที่ประตูเมือง เขาไปบอกประชาชนทั้งหลายว่า "ดูเถิด กษัตริย์ประทับอยู่ที่ประตูเมือง" ประชาชนทั้งหลายก็มาเฝ้ากษัตริย์ ฝ่ายอิสราเอลนั้นต่างคนต่างก็หนีไปยังเต็นท์ของตนหมดแล้ว

  23. 2 ซามูเอล ๑๙:๙ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    ประชาชนทั้งสิ้นก็หมางใจกันไปทั่วอิสราเอลทุกตระกูล กล่าวว่า "กษัตริย์เคยทรงช่วยเราให้พ้นจากมือศัตรูของเราและทรงช่วยเราให้พ้นจากมือคนฟีลิสเตีย บัดนี้พระองค์ทรงหนีอับซาโลมออกจากแผ่นดิน

  24. 2 ซามูเอล ๑๙:๑๐ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    แต่อับซาโลมผู้ที่เราเจิมตั้งไว้เหนือเรานั้นก็สิ้นชีวิตเสียแล้วในสงคราม บัดนี้ ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรบ้างเลยในเรื่องที่จะเชิญกษัตริย์ให้เสด็จกลับ"

  25. 2 ซามูเอล ๑๙:๑๑ประมาณ ๑๐๒๓ ปีก่อน ค.ศ.

    กษัตริย์ดาวิดทรงใช้คนไปหาศาโดกและอาบียาธาร์ปุโรหิต รับสั่งว่า "ขอบอกพวกผู้ใหญ่ของคนยูดาห์ว่า `ทำไมท่านทั้งหลายจึงเป็นคนสุดท้ายที่จะเชิญกษัตริย์กลับพระราชวังของพระองค์ เมื่อถ้อยคำเหล่านี้มาจากอิสราเอลทั้งหลายถึงกษัตริย์ คือถึงราชวงศ์ของพระองค์