ข้ามไปยังเนื้อหา

circa 6 BC – AD 30

The Life of Jesus

The eternal Son of God enters history: born in Bethlehem, baptized in the Jordan, crucified at Golgotha, raised on the third day.

3,779 ข้อ · 4 เล่มที่ครอบคลุม

ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้

กรองตามหนังสือ
  1. มัทธิว ๒๗:๑๖ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    คราวนั้นพวกเขามีนักโทษสำคัญคนหนึ่งชื่อบารับบัส

  2. มัทธิว ๒๗:๑๗ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เหตุฉะนั้นเมื่อคนทั้งปวงชุมนุมกันแล้ว ปีลาตได้ถามเขาว่า "เจ้าทั้งหลายปรารถนาให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใดแก่เจ้า บารับบัสหรือพระเยซูที่เรียกว่า พระคริสต์"

  3. มัทธิว ๒๗:๑๘ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าเขาได้มอบพระองค์ไว้ด้วยความอิจฉา

  4. มัทธิว ๒๗:๑๙ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ขณะเมื่อปีลาตนั่งบัลลังก์พิพากษาอยู่นั้น ภรรยาของท่านได้ใช้คนมาเรียนท่านว่า "ท่านอย่าพัวพันเรื่องของคนชอบธรรมนั้นเลย ด้วยว่าวันนี้ดิฉันฝันร้ายไม่มีความสบายใจเพราะท่านผู้นั้น"

  5. มัทธิว ๒๗:๒๐ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ฝ่ายพวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้ใหญ่ก็ยุยงหมู่ชนขอให้ปล่อยบารับบัส และให้ประหารพระเยซูเสีย

  6. มัทธิว ๒๗:๒๑ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เจ้าเมืองจึงถามเขาว่า "ในสองคนนี้เจ้าจะให้เราปล่อยคนไหนให้แก่เจ้า" เขาตอบว่า "บารับบัส"

  7. มัทธิว ๒๗:๒๒ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ปีลาตจึงถามพวกเขาว่า "ถ้าอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรแก่พระเยซูที่เรียกว่า พระคริสต์" เขาพากันร้องแก่ท่านว่า "ให้ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด"

  8. มัทธิว ๒๗:๒๓ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เจ้าเมืองถามว่า "ตรึงทำไม เขาได้ทำผิดประการใด" แต่เขาทั้งหลายยิ่งร้องว่า "ให้ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด"

  9. มัทธิว ๒๗:๒๔ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่ได้การมีแต่จะเกิดวุ่นวายขึ้น ท่านก็เอาน้ำล้างมือต่อหน้าหมู่ชน แล้วว่า "เราไม่มีผิดด้วยเรื่องโลหิตของคนชอบธรรมคนนี้ เจ้ารับธุระเอาเองเถิด"

  10. มัทธิว ๒๗:๒๕ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    บรรดาหมู่ชนเรียนว่า "ให้โลหิตของเขาตกอยู่แก่เราทั้งบุตรของเราเถิด"

  11. มัทธิว ๒๗:๒๖ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ท่านจึงปล่อยบารับบัสให้เขา และเมื่อท่านได้โบยตีพระเยซูแล้ว ท่านก็มอบให้ตรึงไว้ที่กางเขน

  12. มัทธิว ๒๗:๒๗ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    พวกทหารของเจ้าเมืองจึงพาพระเยซูไปไว้ในศาลาปรีโทเรียม แล้วก็รวมทหารทั้งกองล้อมพระองค์ไว้

  13. มัทธิว ๒๗:๒๘ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    และพวกเขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก เอาเสื้อสีแดงเข้มมาสวมพระองค์

  14. มัทธิว ๒๗:๒๙ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เมื่อพวกเขาเอาหนามสานเป็นมงกุฎ เขาก็สวมพระเศียรของพระองค์ แล้วเอาไม้อ้อให้ถือไว้ในพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ และเขาได้คุกเข่าลงต่อพระพักตร์พระองค์ เยาะเย้ยพระองค์ว่า "กษัตริย์ของพวกยิวเจ้าข้า ขอทรงพระเจริญ"

  15. มัทธิว ๒๗:๓๐ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    แล้วเขาก็ถ่มน้ำลายรดพระองค์ และเอาไม้อ้อนั้นตีพระเศียรพระองค์

  16. มัทธิว ๒๗:๓๑ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เมื่อพวกเขาเยาะเย้ยพระองค์แล้ว เขาถอดเสื้อนั้นออก แล้วเอาฉลองพระองค์สวมให้ และนำพระองค์ออกไปเพื่อจะตรึงเสียที่กางเขน

  17. มัทธิว ๒๗:๓๒ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ครั้นพวกเขาออกไปแล้ว เขาได้พบชาวไซรีนคนหนึ่งชื่อซีโมน เขาจึงเกณฑ์คนนั้นให้แบกกางเขนของพระองค์ไป

  18. มัทธิว ๒๗:๓๓ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่หนึ่งที่เรียกว่ากลโกธา แปลว่า ที่กะโหลกศีรษะ

  19. มัทธิว ๒๗:๓๔ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    เขาเอาน้ำองุ่นเปรี้ยวระคนกับของขมมาถวายพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงชิมก็ไม่เสวย

  20. มัทธิว ๒๗:๓๕ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ครั้นตรึงพระองค์ที่กางเขนแล้ว เขาก็เอาฉลองพระองค์มาจับสลากแบ่งปันกันเพื่อจะสำเร็จตามพระวจนะโดยศาสดาพยากรณ์ซึ่งว่า `เสื้อผ้าของข้าพระองค์ เขาแบ่งปันกัน ส่วนเสื้อของข้าพระองค์นั้น เขาก็จับสลากกัน'

  21. มัทธิว ๒๗:๓๖ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    แล้วพวกเขาก็นั่งเฝ้าพระองค์อยู่ที่นั่น

  22. มัทธิว ๒๗:๓๗ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    และได้เอาถ้อยคำข้อหาที่ลงโทษพระองค์ไปติดไว้เหนือพระเศียร ซึ่งอ่านว่า "ผู้นี้คือเยซูกษัตริย์ของชนชาติยิว"

  23. มัทธิว ๒๗:๓๘ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    คราวนั้นเขาเอาโจรสองคนตรึงไว้พร้อมกับพระองค์ ข้างขวาคนหนึ่ง ข้างซ้ายอีกคนหนึ่ง

  24. มัทธิว ๒๗:๓๙ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    ฝ่ายคนทั้งหลายที่เดินผ่านไปมานั้นก็ด่าทอพระองค์ สั่นศีรษะของเขา

  25. มัทธิว ๒๗:๔๐ประมาณ ค.ศ. ๓๓

    กล่าวว่า "เจ้าผู้จะทำลายพระวิหารและสร้างขึ้นในสามวันน่ะ จงช่วยตัวเองให้รอด ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถิด"