circa 6 BC – AD 30
The Life of Jesus
The eternal Son of God enters history: born in Bethlehem, baptized in the Jordan, crucified at Golgotha, raised on the third day.
ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้
- มาระโก ๑๔:๔๑ประมาณ ค.ศ. ๓๓
เมื่อเสด็จกลับมาครั้งที่สามพระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ท่านจงนอนต่อไปให้หายเหนื่อย พอเถอะ ดูเถิด เวลาซึ่งบุตรมนุษย์ต้องถูกทรยศไว้ในมือของคนบาปนั้นมาถึงแล้ว
- มาระโก ๑๔:๔๒ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ลุกขึ้นไปกันเถิด ดูเถิด ผู้ที่จะทรยศเราไว้มาใกล้แล้ว"
- มาระโก ๑๔:๔๓ประมาณ ค.ศ. ๓๓
พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ในทันใดนั้นยูดาสซึ่งเป็นคนหนึ่งในเหล่าสาวกสิบสองคนนั้น กับหมู่ชนเป็นอันมาก ถือดาบถือไม้ตะบอง ได้มาจากพวกปุโรหิตใหญ่ พวกธรรมาจารย์ และพวกผู้ใหญ่
- มาระโก ๑๔:๔๔ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ผู้ที่จะทรยศพระองค์นั้นได้ให้สัญญาณแก่เขาว่า "เราจุบผู้ใด ก็เป็นผู้นั้นแหละ จงจับกุมเขาไปให้มั่นคง"
- มาระโก ๑๔:๔๕ประมาณ ค.ศ. ๓๓
และทันทีที่ยูดาสมาถึง เขาตรงเข้ามาหาพระองค์ทูลว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า พระอาจารย์เจ้าข้า" แล้วจุบพระองค์
- มาระโก ๑๔:๔๖ประมาณ ค.ศ. ๓๓
คนเหล่านั้นก็จับกุมพระองค์ไป
- มาระโก ๑๔:๔๗ประมาณ ค.ศ. ๓๓
คนหนึ่งในพวกเหล่านั้นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ชักดาบออกฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาปุโรหิตถูกหูของเขาขาด
- มาระโก ๑๔:๔๘ประมาณ ค.ศ. ๓๓
พระเยซูจึงตรัสถามพวกเหล่านั้นว่า "ท่านทั้งหลายเห็นเราเป็นโจรหรือจึงถือดาบ ถือตะบองออกมาจับเรา
- มาระโก ๑๔:๔๙ประมาณ ค.ศ. ๓๓
เราได้อยู่กับท่านทั้งหลายทุกวันสั่งสอนในพระวิหาร ท่านก็หาได้จับเราไม่ แต่จะต้องสำเร็จตามพระคัมภีร์"
- มาระโก ๑๔:๕๐ประมาณ ค.ศ. ๓๓
แล้วสาวกทั้งหมดได้ละทิ้งพระองค์ไว้และพากันหนีไป
- มาระโก ๑๔:๕๑ประมาณ ค.ศ. ๓๓
มีชายหนุ่มคนหนึ่งห่มผ้าป่านผืนหนึ่งคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าของตนติดตามพระองค์ไป พวกหนุ่มๆก็จับเขาไว้
- มาระโก ๑๔:๕๒ประมาณ ค.ศ. ๓๓
แต่เขาได้สลัดผ้าป่านผืนนั้นทิ้งเสีย แล้วเปลือยกายหนีไป
- มาระโก ๑๔:๕๓ประมาณ ค.ศ. ๓๓
เขาพาพระเยซูไปหามหาปุโรหิต และมีบรรดาพวกปุโรหิตใหญ่ พวกผู้ใหญ่ และพวกธรรมาจารย์ชุมนุมพร้อมกันอยู่ที่นั่น
- มาระโก ๑๔:๕๔ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ฝ่ายเปโตรได้ติดตามพระองค์ไปห่างๆจนเข้าไปถึงคฤหาสน์ของมหาปุโรหิต และนั่งผิงไฟอยู่กับพวกคนใช้
- มาระโก ๑๔:๕๕ประมาณ ค.ศ. ๓๓
พวกปุโรหิตใหญ่ กับบรรดาสมาชิกสภาจึงหาพยานมาเบิกปรักปรำพระเยซูเพื่อจะประหารพระองค์เสีย แต่หาหลักฐานไม่ได้
- มาระโก ๑๔:๕๖ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ด้วยว่ามีหลายคนเป็นพยานเท็จปรักปรำพระองค์ แต่คำของเขาแตกต่างกัน
- มาระโก ๑๔:๕๗ประมาณ ค.ศ. ๓๓
มีบางคนยืนขึ้นเบิกความเท็จปรักปรำพระองค์ว่า
- มาระโก ๑๔:๕๘ประมาณ ค.ศ. ๓๓
"ข้าพเจ้าได้ยินคนนี้ว่า `เราจะทำลายพระวิหารนี้ที่สร้างไว้ด้วยมือมนุษย์ และในสามวันจะสร้างขึ้นอีกวิหารหนึ่งซึ่งไม่สร้างด้วยมือมนุษย์เลย'"
- มาระโก ๑๔:๕๙ประมาณ ค.ศ. ๓๓
แต่คำพยานของคนเหล่านั้นเองก็ยังแตกต่างไม่ถูกต้องกัน
- มาระโก ๑๔:๖๐ประมาณ ค.ศ. ๓๓
มหาปุโรหิตจึงลุกขึ้นยืนท่ามกลางที่ชุมนุมถามพระเยซูว่า "ท่านไม่ตอบอะไรบ้างหรือ ซึ่งเขาเบิกความปรักปรำท่านนั้นจะว่าอย่างไร"
- มาระโก ๑๔:๖๑ประมาณ ค.ศ. ๓๓
แต่พระองค์ทรงนิ่งอยู่ มิได้ตอบประการใด ท่านมหาปุโรหิตจึงถามพระองค์อีกว่า "ท่านเป็นพระคริสต์พระบุตรของผู้ทรงบรมสุขหรือ"
- มาระโก ๑๔:๖๒ประมาณ ค.ศ. ๓๓
พระเยซูทรงตอบว่า "เราเป็น และท่านทั้งหลายจะได้เห็นบุตรมนุษย์นั่งข้างขวาของผู้ทรงฤทธานุภาพ และเสด็จมาในเมฆแห่งฟ้าสวรรค์"
- มาระโก ๑๔:๖๓ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ท่านมหาปุโรหิตจึงฉีกเสื้อของตนแล้วกล่าวว่า "เราต้องการพยานอะไรอีกเล่า
- มาระโก ๑๔:๖๔ประมาณ ค.ศ. ๓๓
ท่านทั้งหลายได้ยินเขาพูดหมิ่นประมาทแล้ว ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร" คนทั้งปวงจึงเห็นพร้อมกันว่าควรจะมีโทษถึงตาย
- มาระโก ๑๔:๖๕ประมาณ ค.ศ. ๓๓
บางคนก็เริ่มถ่มน้ำลายรดพระองค์ ปิดพระพักตร์พระองค์ ตีพระองค์ แล้วว่าแก่พระองค์ว่า "พยากรณ์ซิ" และพวกคนใช้ก็เอาฝ่ามือตบพระองค์