ข้ามไปยังเนื้อหา

circa 6 BC – AD 30

The Life of Jesus

The eternal Son of God enters history: born in Bethlehem, baptized in the Jordan, crucified at Golgotha, raised on the third day.

3,779 ข้อ · 4 เล่มที่ครอบคลุม

ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้

กรองตามหนังสือ
  1. ยอห์น ๒:๒๕ประมาณ ๔ ปีก่อน ค.ศ.

    และไม่มีความจำเป็นที่จะมีพยานในเรื่องมนุษย์ ด้วยพระองค์เองทรงทราบว่าอะไรมีอยู่ในมนุษย์

  2. ยอห์น ๓:๑ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    มีชายคนหนึ่งในพวกฟาริสีชื่อนิโคเดมัสเป็นขุนนางของพวกยิว

  3. ยอห์น ๓:๒ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ชายผู้นี้ได้มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนและทูลพระองค์ว่า "รับบี พวกข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าท่านเป็นครูที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีผู้ใดกระทำการอัศจรรย์ซึ่งท่านได้กระทำนั้นได้ นอกจากว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขาด้วย"

  4. ยอห์น ๓:๓ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่ ผู้นั้นจะเห็นอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้"

  5. ยอห์น ๓:๔ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    นิโคเดมัสทูลพระองค์ว่า "คนชราแล้วจะบังเกิดใหม่อย่างไรได้ จะเข้าในครรภ์มารดาครั้งที่สองและบังเกิดใหม่ได้หรือ"

  6. ยอห์น ๓:๕ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    พระเยซูตรัสตอบว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้

  7. ยอห์น ๓:๖ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ซึ่งบังเกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณก็คือจิตวิญญาณ

  8. ยอห์น ๓:๗ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่า ท่านต้องบังเกิดใหม่

  9. ยอห์น ๓:๘ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ลมใคร่จะพัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น และท่านได้ยินเสียงลมนั้น แต่ท่านไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่บังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นอย่างนั้นทุกคน"

  10. ยอห์น ๓:๙ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    นิโคเดมัสทูลพระองค์ว่า "เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปอย่างไรได้"

  11. ยอห์น ๓:๑๐ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ท่านเป็นอาจารย์ของชนอิสราเอล และยังไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้หรือ

  12. ยอห์น ๓:๑๑ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เราบอกความจริงแก่ท่านว่า พวกเราพูดสิ่งที่เรารู้ และเป็นพยานถึงสิ่งที่เราได้เห็น และท่านหาได้รับคำพยานของเราไม่

  13. ยอห์น ๓:๑๒ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งฝ่ายโลกและท่านไม่เชื่อ ถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งฝ่ายสวรรค์ ท่านจะเชื่อได้อย่างไร

  14. ยอห์น ๓:๑๓ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ไม่มีผู้ใดได้ขึ้นไปสู่สวรรค์นอกจากท่านที่ลงมาจากสวรรค์ คือบุตรมนุษย์ผู้ทรงสถิตในสวรรค์นั้น

  15. ยอห์น ๓:๑๔ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น

  16. ยอห์น ๓:๑๕ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

  17. ยอห์น ๓:๑๖ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

  18. ยอห์น ๓:๑๗ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อจะพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

  19. ยอห์น ๓:๑๘ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษา แต่ผู้ที่มิได้เชื่อก็ต้องถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า

  20. ยอห์น ๓:๑๙ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    หลักของการพิพากษามีอย่างนี้ คือความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว แต่มนุษย์ได้รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาชั่ว

  21. ยอห์น ๓:๒๐ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เพราะทุกคนที่ประพฤติชั่วก็เกลียดความสว่าง และไม่มาถึงความสว่าง ด้วยกลัวว่าการกระทำของตนจะถูกตำหนิ

  22. ยอห์น ๓:๒๑ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    แต่ผู้ที่ประพฤติตามความจริงก็มาสู่ความสว่าง เพื่อจะให้การกระทำของตนปรากฏว่า ได้กระทำการนั้นโดยพึ่งพระเจ้า"

  23. ยอห์น ๓:๒๒ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้พระเยซูก็เสด็จเข้าไปในแคว้นยูเดียกับสาวกของพระองค์ และทรงประทับที่นั่นกับเขา และให้บัพติศมา

  24. ยอห์น ๓:๒๓ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิมเหมือนกัน เพราะที่นั่นมีน้ำมาก และผู้คนก็พากันมารับบัพติศมา

  25. ยอห์น ๓:๒๔ประมาณ ค.ศ. ๓๐

    เพราะยอห์นยังไม่ติดคุก