ข้ามไปยังเนื้อหา

circa 6 BC – AD 30

The Life of Jesus

The eternal Son of God enters history: born in Bethlehem, baptized in the Jordan, crucified at Golgotha, raised on the third day.

3,779 ข้อ · 4 เล่มที่ครอบคลุม

ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้

กรองตามหนังสือ
  1. มาระโก ๓:๓๒ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    และประชาชนก็นั่งอยู่รอบพระองค์ เขาจึงทูลพระองค์ว่า "ดูเถิด มารดาและพวกน้องชายของพระองค์มาหาพระองค์คอยอยู่ข้างนอก"

  2. มาระโก ๓:๓๓ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ใครเป็นมารดาของเรา และใครเป็นพี่น้องของเรา"

  3. มาระโก ๓:๓๔ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    พระองค์ทอดพระเนตรคนที่นั่งล้อมรอบพระองค์นั้นแล้วตรัสว่า "ดูเถิด นี่เป็นมารดาและพี่น้องของเรา

  4. มาระโก ๓:๓๕ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    ผู้ใดจะกระทำตามพระทัยพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา"

  5. มาระโก ๔:๑ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แล้วพระองค์ทรงตั้งต้นสั่งสอนที่ฝั่งทะเลอีก ฝูงชนเป็นอันมากพากันมาหาพระองค์ เหตุฉะนั้นพระองค์จึงได้เสด็จลงไปประทับในเรือที่ทะเล และฝูงชนอยู่บนฝั่งชายทะเล

  6. มาระโก ๔:๒ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    พระองค์จึงตรัสสั่งสอนเขาหลายประการเป็นคำอุปมา และในการสอนนั้นพระองค์ตรัสแก่เขาว่า

  7. มาระโก ๔:๓ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    "จงฟัง ดูเถิด มีผู้หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านพืช

  8. มาระโก ๔:๔ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    และต่อมาเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพืชก็ตกตามหนทางบ้าง แล้วนกในอากาศก็มากินเสีย

  9. มาระโก ๔:๕ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    บ้างก็ตกที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินแต่น้อย จึงงอกขึ้นโดยเร็วเพราะดินไม่ลึก

  10. มาระโก ๔:๖ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แต่เมื่อแดดจัด แดดก็แผดเผา และเพราะรากไม่มี จึงเหี่ยวไป

  11. มาระโก ๔:๗ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    บ้างก็ตกกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย จึงไม่เกิดผล

  12. มาระโก ๔:๘ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วงอกงามจำเริญขึ้น เกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง"

  13. มาระโก ๔:๙ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แล้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า "ใครมีหู จงฟังเถิด"

  14. มาระโก ๔:๑๐ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    เมื่อพระองค์อยู่ตามลำพัง คนที่อยู่รอบพระองค์พร้อมกับสาวกสิบสองคน ได้ทูลถามพระองค์ถึงคำอุปมานั้น

  15. มาระโก ๔:๑๑ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า "ข้อความลึกลับแห่งอาณาจักรของพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายรู้ได้ แต่ฝ่ายคนนอกนั้นบรรดาข้อความเหล่านี้จะแจ้งให้เป็นคำอุปมาทุกอย่าง

  16. มาระโก ๔:๑๒ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    เพื่อว่าเขาจะดูแล้วดูเล่า แต่มองไม่เห็น และฟังแล้วฟังเล่า แต่ไม่เข้าใจ เกลือกว่าในเวลาหนึ่งเวลาใดเขาจะกลับใจเสียใหม่ และความผิดบาปของเขาจะได้ยกโทษเสีย"

  17. มาระโก ๔:๑๓ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    พระองค์ตรัสกับเขาว่า "คำอุปมานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจหรือ ถ้ากระนั้นท่านทั้งหลายจะเข้าใจคำอุปมาทั้งปวงอย่างไรได้

  18. มาระโก ๔:๑๔ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    ผู้หว่านนั้นก็ได้หว่านพระวจนะ

  19. มาระโก ๔:๑๕ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    ซึ่งตกริมหนทางนั้นได้แก่พระวจนะที่หว่านแล้ว และเมื่อบุคคลใดได้ฟัง ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย

  20. มาระโก ๔:๑๖ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    และซึ่งตกที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินแต่น้อยนั้นก็ทำนองเดียวกัน ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะ และก็รับทันทีด้วยความปรีดี

  21. มาระโก ๔:๑๗ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แต่ไม่มีรากในตัวจึงทนอยู่ได้ชั่วคราว ภายหลังเมื่อเกิดการยากลำบากและการข่มเหงต่างๆเพราะพระวจนะนั้น ก็เลิกเสียในทันทีทันใด

  22. มาระโก ๔:๑๘ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้นได้แก่บุคคลที่ได้ฟังพระวจนะ

  23. มาระโก ๔:๑๙ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แล้วความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ และความโลภในสิ่งอื่นๆได้เข้ามาและปกคลุมพระวจนะนั้น จึงไม่เกิดผล

  24. มาระโก ๔:๒๐ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้น และรับไว้ จึงเกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง"

  25. มาระโก ๔:๒๑ประมาณ ค.ศ. ๓๑

    แล้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า "เขาเอาเทียนมาสำหรับตั้งไว้ใต้ถัง ใต้เตียงนอนหรือ และมิใช่สำหรับตั้งไว้บนเชิงเทียนหรือ