ข้ามไปยังเนื้อหา

circa 6 BC – AD 30

The Life of Jesus

The eternal Son of God enters history: born in Bethlehem, baptized in the Jordan, crucified at Golgotha, raised on the third day.

3,779 ข้อ · 4 เล่มที่ครอบคลุม

ข้อพระคัมภีร์จากยุคนี้

กรองตามหนังสือ
  1. ยอห์น ๖:๓๘ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เพราะว่าเราได้ลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อกระทำตามความประสงค์ของเราเอง แต่เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา

  2. ยอห์น ๖:๓๙ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    และพระประสงค์ของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามานั้น ก็คือให้เรารักษาบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงมอบไว้กับเรา มิให้หายไปสักคนเดียว แต่ให้ฟื้นขึ้นมาในวันที่สุด

  3. ยอห์น ๖:๔๐ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของผู้ที่ทรงใช้เรามานั้น ที่จะให้ทุกคนที่เห็นพระบุตร และเชื่อในพระบุตรได้มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย"

  4. ยอห์น ๖:๔๑ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    พวกยิวจึงบ่นพึมพำกันเรื่องพระองค์เพราะพระองค์ตรัสว่า "เราเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์"

  5. ยอห์น ๖:๔๒ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เขาทั้งหลายว่า "คนนี้เป็นเยซูลูกชายของโยเซฟมิใช่หรือ พ่อแม่ของเขาเราก็รู้จัก เหตุใดคนนี้จึงพูดว่า `เราได้ลงมาจากสวรรค์'"

  6. ยอห์น ๖:๔๓ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    พระเยซูจึงตรัสตอบเขาเหล่านั้นว่า "อย่าบ่นกันเลย

  7. ยอห์น ๖:๔๔ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย

  8. ยอห์น ๖:๔๕ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    มีคำเขียนไว้ในคัมภีร์ศาสดาพยากรณ์ว่า `ทุกคนจะเรียนรู้จากพระเจ้า' เหตุฉะนั้นทุกคนที่ได้ยินได้ฟัง และได้เรียนรู้จากพระบิดาก็มาถึงเรา

  9. ยอห์น ๖:๔๖ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ไม่มีผู้ใดได้เห็นพระบิดา นอกจากท่านที่มาจากพระเจ้า ท่านนั้นแหละได้เห็นพระบิดาแล้ว

  10. ยอห์น ๖:๔๗ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเราก็มีชีวิตนิรันดร์

  11. ยอห์น ๖:๔๘ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เราเป็นอาหารแห่งชีวิตนั้น

  12. ยอห์น ๖:๔๙ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    บรรพบุรุษของท่านทั้งหลายได้กินมานาในถิ่นทุรกันดารและสิ้นชีวิต

  13. ยอห์น ๖:๕๐ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    แต่นี่เป็นอาหารที่ลงมาจากสวรรค์ เพื่อให้ผู้ที่ได้กินแล้วไม่ตาย

  14. ยอห์น ๖:๕๑ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิตซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ และอาหารที่เราจะให้เพื่อเป็นชีวิตของโลกนั้นก็คือเนื้อของเรา"

  15. ยอห์น ๖:๕๒ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    แล้วพวกยิวก็ทุ่มเถียงกันว่า "ผู้นี้จะเอาเนื้อของเขาให้เรากินได้อย่างไร"

  16. ยอห์น ๖:๕๓ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อและดื่มโลหิตของบุตรมนุษย์ ท่านก็ไม่มีชีวิตในตัวท่าน

  17. ยอห์น ๖:๕๔ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเราก็มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย

  18. ยอห์น ๖:๕๕ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เพราะว่าเนื้อของเราเป็นอาหารแท้และโลหิตของเราก็เป็นของดื่มแท้

  19. ยอห์น ๖:๕๖ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ผู้นั้นก็อยู่ในเราและเราอยู่ในเขา

  20. ยอห์น ๖:๕๗ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    พระบิดาผู้ทรงดำรงพระชนม์ได้ทรงใช้เรามาและเรามีชีวิตเพราะพระบิดานั้นฉันใด ผู้ที่กินเรา ผู้นั้นก็จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น

  21. ยอห์น ๖:๕๘ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    นี่แหละเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนกับมานาที่พวกบรรพบุรุษของท่านได้กินและสิ้นชีวิต ผู้ที่กินอาหารนี้จะมีชีวิตนิรันดร์"

  22. ยอห์น ๖:๕๙ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    คำเหล่านี้พระองค์ได้ตรัสในธรรมศาลา ขณะที่พระองค์ทรงสั่งสอนอยู่ที่เมืองคาเปอรนาอุม

  23. ยอห์น ๖:๖๐ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ดังนั้นเมื่อเหล่าสาวกของพระองค์หลายคนได้ฟังเช่นนั้นก็พูดว่า "ถ้อยคำเหล่านี้ยากนัก ใครจะฟังได้"

  24. ยอห์น ๖:๖๑ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    เมื่อพระเยซูทรงทราบเองว่าเหล่าสาวกของพระองค์บ่นถึงเรื่องนั้น พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า "เรื่องนี้ทำให้ท่านทั้งหลายลำบากใจหรือ

  25. ยอห์น ๖:๖๒ประมาณ ค.ศ. ๓๒

    ถ้าท่านจะได้เห็นบุตรมนุษย์เสด็จขึ้นไปยังที่ที่ท่านอยู่แต่ก่อนนั้น ท่านจะว่าอย่างไร